อบู นัสร์ มันซูร์ โด่งดังด้านตรีโกณมิติ เขาเป็นคนคิดค้นกฎของไซน์ (Sines Law) a/sin A = b/sin B = c/sin C
อัล-กาชีเป็นผู้ให้กำเนิดเลขทศนิยม เขาเป็นคนแรกที่ค้นพบว่า ดาวพุธและดวงจันทร์โคจรเป็นรูปวงรี และเป็นผู้คิดค้นสูตรตรีโกณมิติ กฎของโคไซน์ โดยในประเทศฝรั่งเศสจนถึงทุกวันนี้ยังเรียก กฎของโคไซน์ (law of cosines) ว่า กฎของอัล-กาชี (the theorem of Al-Kashi หรือ Théorème d'Al-Kashi)
ในขณะที่โลกตะวันตกสอนเด็กๆ ของพวกเขาเรื่องพี่น้องตระกูลไรท์ ประเทศมุสลิมสอนลูกหลานของพวกเขาเรื่อง อิบนุ ฟิรนาส, 1,000 ปีก่อนหน้าพี่น้องตระกูลไรท์, แม้อิบนุฟิรนาสจะบินไม่สำเร็จก็ตาม
นักดาราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกมุสลิม และยังมีผลงานด้านตรีโกณมิติโดยเป็นผู้คิดค้นฟังก์ชันโคแทนเจนต์และทำตารางโคแทนเจนต์ออกมาเป็นคนแรก และยังเป็นคนแรกที่ใช้ไซน์แทนคอร์ดที่ชาวกรีกเคยใช้
เป็นคนแรกของโลกที่อธิบายหลักการการไหลเวียนของเลือด (Pulmonary circulation)
กิตาบุล อฆานี หรือ ตำราเพลง (Book of Songs) เป็นตำราเพลงชื่อดังของโลกอิสลามยุคกลาง รวบรวมโคลงกลอนและเนื้อเพลงอาหรับโบราณเอาไว้จำนวนมากและหลากหลายที่สุด
เป็นผู้ค้นพบกฎการหักเหของแสง แต่ปรากฎว่าในปัจจุบันเราเรียกกฎการหักเหของแสงว่า กฎของสเนลล์ (Snell s law) ตามชื่อนักดาราศาสตร์และคณิตศาสตร์ชาวเนเธอร์แลนด์ที่เกิดทีหลังอิบนุซะฮล์ตั้ง 600 ปี!
นักเขียนและนักเดินทางสมัยศตวรรษที่ 10 บันทึกการเดินทางไปกับคณะฑูตของกาหลิบแบกแดดยังวอลกาบุลการ์ ดินแดนชนเผ่าเติร์กด้านตะวันออกของแม่น้ำวอลกา (รัสเซีย) ต่อมาปี 1976 บันทึกนี้ถูกดัดแปลงเป็นนวนิยาย Eaters of the Dead ของไมเคิล ไครซ์ตัน (ผู้แต่ง จูราสสิคพาร์ค ) และถูกนำมาทำเป็นภาพยนตร์เรื่อง The Thirteenth Warrior (ปี 1999) หรือชื่อภาษาไทย พลิกตำนานสงครามมรณะ มี แอนโตนิโอ บันเดอราส ดารานำของเรื่อง แสดงเป็นอิบนุ ฟัดลัน
หนุ่มเมืองแทนเจียร์ โมรอคโค สมัยศตวรรษที่ 14 ยอดนักเดินทางของโลกมุสลิม มีจุดมุ่งหมายจะไปทำฮัจย์ที่เมกกะแต่กลับกลายเป็นการทำฮัจย์ที่ยาวนานที่สุดในโลก เขาท่องโลกผ่านประเทศต่างๆ กว่า 40 ประเทศ เป็นระยะทางไกลถึง 75,000 ไมล์ สถิติที่ไม่มีใครลบล้างได้ก่อนเกิดเครื่องจักรไอน้ำ อิบนุบัตตูตาเดินทางกลับบ้านที่แทนเจียร์ในอีก 29 ปีต่อมา
จากหนังสือ ตำราดาวฤกษ์ ของอัล-ซูฟี เรารู้ว่าเขาได้ค้นพบดาวต่างๆ เป็นครั้งแรกของโลกมากมาย อาทิ: แกแลคซีแอนโดรเมดา, กาแลกซี เมฆของแมกเจลเลนใหญ่, กระจุกดาวฤกษ์ที่ทุกวันนี้เรียกกันว่า Omicron Velorum cluster (IC 2391), และกระจุกดาวฤกษ์อัล-ซูฟี
ยอดแม่ทัพเรือและนักทำแผนที่ผู้โด่งดังของจักรวรรดิมุสลิมออตโตมานเติร์ก แผนที่อเมริกาของเขาซึ่งเขียนไว้ในปี 1513 และหนังสือคู่มือเดินเรือ กิตาบบาฮ์รียา (Kitab-I Bahriyye) บ่งบอกถึงความเกรียงไกรของกองทัพเรือออตโตมานในยุคศตวรรษที่ 16
ถูกขนานนามว่า นักปรัชญาอาหรับ
แพทย์ชื่อก้องแห่งอัล-อันดาลุสและเป็น บิดาแห่งการผ่าตัด เป็นผู้ประดิษฐ์มีดผ่าตัด เลื่อยกระดูก คีมหนีบ กรรไกรอย่างดีสำหรับการผ่าตัดหนังตา พัฒนาเข็มกลวงเพื่อดูดต้อกระจกออกจากตา และเครื่องไม้เครื่องมืออีก 200 อย่าง เครื่องมือเหล่านี้จำนวนไม่น้อยยังคงใช้กันอยู่ในวงการผ่าตัดสมัยใหม่
กวีเอกของโลก ผู้ประพันธ์ รุไบยาต (Rubaiyat) เป็นนักคณิตศาสตร์ชั้นนำของโลกยุคกลาง เขาแก้สมการกำลังสามโดยใช้พาราโบลาตัดกับทรงกลม เขาคำนวณว่า 1 ปีมี 365.24219858156 วันซึ่งแม่นยำอย่างเหลือเชื่อ
ยอดนักคณิตศาสตร์ผู้ให้กำเนิดกฎ Tusi-couple ที่โด่งดังจนทุกวันนี้ ตัวอย่างของ Tusi-couple ได้แก่ การทำงานของลูกสูบของเครื่องจักรไอน้ำ ซึ่งเคลื่อนที่กลับไปกลับมาทั้งๆ ที่ล้อยังหมุนอยู่
กษัตริย์นักวิทยาศาสตร์แห่งอาณาจักรติมูริด ในตู้กระจกที่พิพิธภัณฑ์ที่ซามาคานด์ในปัจจุบันมีหนังสือที่เป็นลายมือเขียนของอูลุกเบก ในหน้าหนึ่งเขียนว่า 'โลกเราต่างหากที่หมุนรอบดวงอาทิตย์ ไม่ใช่ดวงอาทิตย์หมุนรอบโลก'
ชาราฟ อัล-ตูซี เป็นผู้คิดค้นเรขาคณิตพีชคณิต (algebraic geometry)
ชื่อเสียงของอัล-จาซารีมิได้มาจากเป็นนักคิดค้นและวิศวกรเครื่องกลผู้มีฝีมือเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้อัจฉริยภาพของเขาได้รับการสรรเสริญจากผู้คนคือ หนังสือชุดเกี่ยวกับงานวิศวกรรมของเขาทั้งหมดที่เขียนขึ้นมาอย่างเป็นระบบ มีตัวอย่างและคำอธิบายเกี่ยวกับเครื่องมืออย่างละเอียด
อัล-บัฆดาดีเป็นนักคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะทฤษฏีจำนวน (Number Theory)
เป็นมนุษย์คนแรกของโลกที่เปลี่ยนวิชาฟิสิกส์ จากการใช้ปรัชญาคิดเพียงอย่างเดียวมาเป็นการทดลอง เขายังเป็นคนแรกของโลกที่ประดิษฐ์ 'ห้องมืด' หรือ 'คาเมรา ออบสคูรา' (Camera Obscura กล้องรูเข็ม) ขึ้นมา ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของกล้องถ่ายภาพของเราในทุกวันนี้ เขาล้มทฤษฎีของยูคลิดและปโตเลมีที่เชื่อกันมาเป็นพันปีว่า แสงมาจากการที่ตาของมนุษย์ส่งแสงออกไป อัลฮาเซนใช้กระบวนการทดลองเพื่อพิสูจน์ว่า แสงเข้ามาสู่ตาของมนุษย์ต่างหาก (เราถึงมองเห็น)
ชาวตะวันตกรู้จักในชื่อ "จีเบอร์" (Geber) เป็น "บิดาแห่งวิชาเคมี" เขาคิดค้นและพัฒนาเครื่องมือทางเคมีจำนวนมากที่ยังคงใช้อยุ่ในทุกวันนี้ เช่น เครื่องกลั่น (alembic) และยังค้นพบ กรดไฮโดรคลอริค กรดไนตริก จีเบอร์เป็นคนริเริ่มใช้คำเฉพาะทางเคมีหลายคำ เช่น อัลคาไล (alkali)
เป็นผู้คิดค้นสิ่งที่ต่อมาเรียกว่า สามเหลี่ยมปาสคาล ซึ่งปาสคาลผู้ได้รับเครดิตจากผลงานนี้เกิดทีหลังอัล-การาจีถึง 600 ปี และอัล-การาจียังเป็นคนแรกที่คิดค้น ทฤษฎีแคลคูลัสพีชคณิต (the theory of algebraic calculus) เขาเป็นคนแรกที่แยกศาสตร์ด้านพีชคณิต (algebra) ออกจากเรขาคณิต (geometry) โดยเด็ดขาด และเป็นคนแรกของโลกที่พิสูจน์สูตรคณิตศาสตร์
นักพฤกษ์ศาสตร์ชาวเคิร์ด และเป็นคนรุ่นบุกเบิกที่เขียนหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาวเคิร์ด
อัล-ไบรูนีบอกว่า โลกหมุนรอบแกนของตัวเอง ก่อนหน้ากาลิเลโอจะค้นพบถึง 600 ปี รัศมีของโลกที่เขาคำนวณได้เมื่อพันปีก่อนคลาดเคลื่อนจากค่าที่เราหาได้ในปัจจุบันเพียง 16.8 กม.เท่านั้น
โด่งดังด้านตรีโกณมิติ เป็นผู้คิดค้นฟังก์ชัน sec และ csc เขาให้กำเนิดสูตรที่มีชื่อเสียงมากสูตรหนึ่งนั่นคือ sin (a+b) = sin a cos b + cos a sin b
เซียนพีชคณิต ต้นแบบของไฟโบนาชี